วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความรู้เกี่ยวกับสุขศึกษา การปฐมพยาบาลเบื้องต้น



การปฐมพยาบาลเบื้องต้น


แหล่งที่มาของรูปภาพ : http://www.ku.ac.th/e-magazine/jan52/image/jan2.jpg
       
การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ณ สถานที่เกิดเหตุ โดยใช้อุปกรณ์เท่าที่จะหาได้ในขณะนั้น นำมาใช้ในการรักษาเบื้องต้น ควรทำการปฐมพยาบาลให้เร็วที่สุดหลังเกิดเหตุโดยอาจทำได้ในทันที หรือระหว่างการนำผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลหรือสถานที่รักษาพยาบาลอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย หรืออาการบาดเจ็บนั้นๆ ก่อนที่ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการดูแลรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ หรือถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาล

การปฐมพยาบาล มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ
1. เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุต่างๆในขณะนั้น
2. เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วย
3. เพื่อทำให้บรรเทาความเจ็บปวดทรมานของผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และช่วยให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
4. เพื่อป้องกันความพิการ หรือความเจ็บปวดอื่นๆที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง
ขอบเขตของผู้ทำการปฐมพยาบาล
ผู้ปฐมพยาบาลมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น จะหมดหน้าที่เมื่อผู้บาดเจ็บปลอดภัยหรือได้รับการรักษาจากแพทย์หรือสถานพยาบาลแล้ว

ขอบเขตหน้าที่ของผู้ปฐมพยาบาลมี 2 ประการใหญ่ ๆ คือ
1. วิเคราะห์สาเหตุและความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการช่วยเหลือได้ถูกต้อง มีขั้นตอนดังนี้
1.1 ซักประวัติของอุบัติเหตุ จากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือผู้บาดเจ็บที่รู้สึกตัวดี
1.2 ซักถามอาการผิดปกติหลังได้รับอุบัติเหตุ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดมากที่บริเวณใด ฯลฯ
1.3 ตรวจร่างกายผู้บาดเจ็บทุกครั้งก่อนให้การปฐมพยาบาล โดยตรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น อาการบวม บาดแผล กระดูกหัก เป็นต้น
ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยช่วยเป็นลำดับขั้นดังนี้
2.1 ถ้าผู้บาดเจ็บอยู่ในบริเวณที่มีอันตรายต้องเคลื่อนย้ายออกมาก่อน เช่น ตึกพังถล่มลงมา ไฟไหม้ในโรงภาพยนต์ เป็นต้น
2.2 ช่วยชีวิต โดยจะตรวจดูลักษณะการหายใจว่ามีการอุดตันของทางเดินหายใจหรือไม่ หัวใจหยุดเต้นหรือไม่ ถ้ามีก็ให้รีบช่วยกู้ชีวิตซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไป
2.3 ช่วยมิให้เกิดอันตรายมากขึ้น ถ้ามีกระดูกหักต้องเข้าเฝือกก่อน เพื่อมิให้มีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อมากขึ้น ถ้ามีบาดแผลต้องคลุมด้วยผ้าสะอาด เพื่อมิให้ฝุ่นละอองเข้าไปทำให้ติดเชื้อ ในรายที่สงสัยว่ามีการหักของกระดูกสันหลัง ต้องให้อยู่นิ่งที่สุด และถ้าจะต้องเคลื่อนย้ายจะต้องให้แนวกระดูกสันหลังตรง โดยนอนราบบนพื้นไม้แข็ง มีหมอนหรือผ้าประคองศีรษะมิให้เคลื่อนไหว ให้คำปลอบโยนผู้บาดเจ็บ ให้กำลังใจ อยู่กับผู้บาดเจ็บตลอดเวลา พลิกตัว หรือ จับต้องด้วยความอ่อนโยนและระมัดระวัง ไม่ละทิ้งผู้บาดเจ็บอาจต้องหาผู้อื่นมาอยู่ด้วยถ้าจำเป็น
แหล่งที่มาของบทความ : http://203.172.184.5/bc/web/2555/532kt3/5322014094/page1.html

ตัวอย่างการปฐมพยาบาลเบื้องต้น





แหล่งที่มาของคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=yEkx46b-O6c

ความรู้กีฬาบาสเกตบอล

กีฬาบาสเกตบอล


แหล่งที่มาของรูป : http://www.sahavicha.com/UserFiles/Image/bas2.jpg

กีฬาบาสเกตบอล นับว่าเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย มีสหรัฐอเมริกาเป็นเเจ้าของการแข่งขันกีฬานี้ อย่างไรก็ดี หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า กีฬาที่มีเอกลักษณ์คือการชู้ตลูกบอลลงห่วง มันมีความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นคนคิด วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ

ประวัติบาสเกตบอล

          การถือกำเนิดขึ้นของกีฬาบาสเกตบอลเกิดขึ้นที่เมืองสปริงฟิล รัฐแมสซาชูเซส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) โดย ดร.เจมส์ ไนสมิธ อาจารย์พละศึกษาของโรงเรียนคนงานคริสเตียน (ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยสปริงฟีล) ต้องการให้มีการแข่งขันกีฬาในร่มช่วงฤดูหนาว พร้อมกับกำหนดกติกา 5 ข้อ สำหรับการเล่น

กติกาบาสเกตบอล           1. ต้องใช้มือเล่นลูกบอล

           2. แต่ห้ามถือบอลวิ่ง

           3. ผู้เล่นสามารถยืนได้ทุกพื้นที่ของสนาม

           4. ผู้เล่นห้ามปะทะหรือถูกตัวกัน

           5. จะมีห่วงติดตั้งไว้เหนือพื้นสนามกับเส้นเขตสนาม สูงจากพื้นประมาณ 10 ฟุต

 ต่อมาทาง ดร.ไนสมิธ ได้กำหนดหลักการเล่นเพิ่มเติม จำนวน 13 ข้อ ซึ่งกลายเป็นกติกาพื้นฐานของบาสเกตบอลในปัจจุบัน ได้แก่

           1. สามารถโยนลูกบอลไปที่อื่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างหรือมือเดียว

           2. สามารถตีลูกบอลได้ทั้งมือเดียวหรือ 2 มือ แต่ห้ามใช้กำปั้นทุบบอล

           3. ห้ามถือลูกบอลวิ่ง

           4. ต้องถือลูกบอลด้วยมือ แขน หรือลำตัว แต่ห้ามดึงลูกบอล

           5. ห้ามดัน ผลัก ฝ่ายตรงข้าม

           6. การกระทำตามข้อ 3-5 ถือว่าเป็นการฟาล์ว

           7. หากผู้เล่นทีมเดียวฟาล์วติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้นับคะแนนแก่ฝ่ายตรงข้าม

           8. นับคะแนนเมื่อลูกบอลเข้าห่วงไปแล้ว หรือยังค้างที่ก้านห่วง แต่ผู้เล่นฝ่ายป้องกันไปสัมผัสหรือกระทบประตู ก็นับคะแนนให้เช่นกัน

           9. หากลูกบอลออกนอกสนามให้ส่งบอลเข้ามาเล่นในจุดที่บอลออก

           10. กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) มีหน้าที่คอยจดบันทึกการฟาวล์ และคอยช่วยผู้ตัดสินในด้านสถิติต่าง ๆ ทำให้ตัดสินได้ถูกต้องมากขึ้น

           11. ผู้ตัดสิน (referee) มีหน้าที่ตัดสินในสนามในจังหวะต่าง ๆ, จับเวลา, ให้คะแนนเมื่อเกิดการทำแต้ม, บันทึกคะแนน ฯลฯ

           12. การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 5 คะแนน โดยมีเวลาพักครึ่ง 5 นาที

           13. เมื่อจบการแข่งขัน ฝ่ายใดทำแต้มได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าเสมอกัน ก็ต้องเล่นต่อจนกว่าจะมีฝ่ายใดทำแต้มได้

          นอกจากนี้ ดร.ไนสมิธ ยังเป็นผู้เริ่มผลักดันบาสเกตบอลให้เป็นกีฬาระดับมหาวิทยาลัย จนสามารถตั้งเป็นลีกระดับมหาวิทยาลัยได้ ในปี ค.ศ. 1938 (พ.ศ. 2481) ต่อมา ค.ศ. 1946 (พ.ศ. 2489) บาสเกตบอลเอ็นบีเอ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการแข่งขันระดับอาชีพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

กฏกติกาบาสเกตบอล


สนามที่ใช้ในการแข่งขัน

          มีขนาดทั้งหมด 28 คูณ 15 เมตร ขณะที่ในกรอบเขตโทษมีรัศมีเมื่อนับจากแป้นบาสยาว 6.25 เมตร
ลูกบาสเกตบอล

          มีเส้นรอบวงประมาณ 30 นิ้ว (76 เซนติเมตร) มีน้ำนักประมาณ 1 ปอนด์ (600 กรัม)

 แป้นบาสเกตบอลและห่วง

          10 ฟุต (3.05 เมตร) เมื่อนับจากพื้นไปถึงขอบห่วง และตัวแป้นนี้จะถัดเข้ามาจากเส้นหลัง 4 ฟุต (1.2 เมตร)

 จำนวนผู้เล่น

          มีผู้เล่นฝั่งละ 5 คน ส่วนตัวสำรองสูงสุดทีมละ 7 คน ซึ่งการเปลี่ยนตัวนั้นสามารถเปลี่ยนตัวได้ไม่จำกัด โดยจะเปลี่ยนได้ในช่วงที่บอลตายเท่านั้น
วิธีการและข้อบังคับในการเล่น

           ต้องเคลื่อนที่ลูกบอลไปข้างหน้าด้วยการเลี้ยงลูกด้วยมือข้างเดียว คือให้ลูกกระเด้งพื้นขณะที่วิ่ง และมือจะต้องอยู่เหนือลูกเท่านั้น หากอยู่ในองศาอื่นถือว่าเป็นการถือลูก นอกจากนี้ยังห้ามเตะหรือชกลูกบาสเกตบอลอีกด้วย

           หากนำบอลขึ้นมาอยู่ในแดนฝั่งตรงข้ามได้แล้ว ห้ามส่งลูกกลับเข้าแดนตัวเอง

           ภายใน 8 วินาทีที่ได้บอล ผู้เล่นจะต้องนำลูกเข้าสู่แดนฝ่ายตรงข้ามให้ได้ และต้องชู้ตภายใน 24 วินาที

           หากผู้เล่นคนใดคนหนึ่งฟาล์วรวม 5 ครั้งภายในเกม ผู้เล่นคนนั้นจะไม่สามารถเล่นเกมนั้นได้อีก ต้องออกจากสนาม เรียกว่า (foul out)

 เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

          แบ่งเป็น 4 ควอเตอร์ต่อเกม ควอเตอร์ละ 10-12 นาที แล้วแต่ประเภทของการแข่งขัน ขณะที่การแข่งขันในช่วงต่อเวลา จะมีความยาว 5 นาที ทั้งนี้ การจับเวลาของบาสเกตบอล จะหยุดเวลาเมื่อบอลตาย ดังนั้นการแข่งขันบาสเกตบอลจึงใช้เวลามากกว่า 50 นาทีต่อเกมการแข่งขัน

 การนับคะแนน

          หลักการเล่นที่สำคัญที่สุดของกีฬาบาสเกตบอล นั่นคือ การทำแต้มด้วยการโยนลูกบอลเข้าห่วงของคู่แข่งให้มากกว่า และพยายามป้องกันไม่ให้คู่แข่งโยนลูกบอลเข้าห่วงของตัวเอง โดยที่การโยนลูกบอลเข้าห่วงในพื้นที่นอกเขตโทษ จะได้ 3 คะแนน, ในเขตโทษได้ 2 คะแนน และจุดโทษได้ 1 คะแนน

          จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นประวัติความเป็นมาและกติกาการเล่นคร่าว ๆ ของบาสเกตบอล อย่างไรก็ตาม ด้วยกฎกติกาเช่นนี้เอง ทำให้กีฬาบาสเกตบอลมีความสนุกสนาน เพราะแต่ละทีมต้องเปิดเกมรุกใส่กันตลอด ทำให้คนดูต้องรับชมแบบตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว

แหล่งที่มาของบทความ : http://hilight.kapook.com/view/88724

ตัวอย่างการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล





แหล่งที่มาของคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=YsPmHRU4who

ความหมายของนวัตกรรม

นวัตกรรม หมายถึง นว คือสิ่งที่ใหม่ กรรมคือ สิ่งที่สร้างสรรค์ เช่น นวัตกรรม ทางการศึกษาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการศึกษา


แหล่งที่มาของรูป : http://cdn.learners.in.th/assets/media/files/000/308/446/large_untitle78.bmp?1290616621



แหล่งที่มาของคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=dznbk0PyeN0